<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>vutthipong &#187; Uncategorized</title>
	<atom:link href="https://vutthiping.6te.net/?cat=1&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://vutthiping.6te.net</link>
	<description>Just another WordPress site</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 Mar 2013 08:47:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5</generator>
		<item>
		<title>อูฐ</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=68</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=68#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:45:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[อูฐ (อังกฤษ: camel; อาหรับ: جمليات‎, ญะมัล) จากการศึกษาซากดึกดำบรรพ์ ทำให้ทราบว่าอูฐมีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือสมัยอีโอซีนบรรพบุรุษของสัตว์ตระกูลอูฐในยุคแรกนั้นมีขนาดเท่ากับกระต่ายและมี 4 นิ้วเท้า ปัจจุบันสัตว์ในตระกูลอูฐได้ถูกนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจในบางประเทศ แต่ใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ เป็นอาหาร ตัดขน รีดนม และใช้เนื้อเพื่อบริโภค อูฐเป็นสัตว์ที่มีความอดทนสูง สามารถอาศัยโดยไม่ต้องกินอาหารหรือน้ำเลย 2 สัปดาห์ เพราะมีไขมันสะสมไว้ในหนอกและร่างกายเก็บรักษาน้ำได้เป็นอย่างดี จึงสามารถอยู่ในที่ทุรกันดารเช่นทะเลทรายได้เป็นอย่างดี กินอาหารประเภทใบไม้ในทะเลทราย ตัวโตเต็มที่มีความสูงถึงบ่าประมาณ 1.85 เมตร และหนอกสูงอีก 75 เซนติเมตร ความสามารถ วิ่งได้เร็ว 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเดินด้วยความเร็วคงที่ประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบกน้ำหนักได้ 150-200 กิโลกรัม อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงได้จาก 34 องศาเซลเซียสในตอนกลางคืนมาเป็น 41 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน[1] ประเภท สัตว์ที่จัดอยู่ในตระกูลอูฐมีอยู่ 6 ชนิดด้วยกันคือ อูฐหนอกเดียว (Arabian camel) เป็นอูฐที่มีถิ่นที่อยู่ในออสเตรเลียและตะวันออกกลาง อูฐสองหนอก (Bactrian camel) มีถิ่นที่อยู่ในแถบเอเชีย ลามา (llama) มีถิ่นที่อยู่ในอเมริกาใต้ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/4/43/07._Camel_Profile%2C_near_Silverton%2C_NSW%2C_07.07.2007.jpg/250px-07._Camel_Profile%2C_near_Silverton%2C_NSW%2C_07.07.2007.jpg" /></p>
<p><b>อูฐ</b> (<a title="ภาษาอังกฤษ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: camel; <a title="ภาษาอาหรับ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A">อาหรับ</a>: جمليات‎, ญะมัล) จากการศึกษา<a title="ซากดึกดำบรรพ์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%8C">ซากดึกดำบรรพ์</a> ทำให้ทราบว่าอูฐมีถิ่นกำเนิดใน<a title="อเมริกาเหนือ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD">อเมริกาเหนือ</a><a title="สมัยอีโอซีน (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">สมัยอีโอซีน</a>บรรพบุรุษของสัตว์ตระกูลอูฐในยุคแรกนั้นมีขนาดเท่ากับ<a title="กระต่าย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2">กระต่าย</a>และมี 4 นิ้วเท้า ปัจจุบันสัตว์ในตระกูลอูฐได้ถูกนำมาเลี้ยงเป็น<a title="สัตว์เศรษฐกิจ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88&amp;action=edit&amp;redlink=1">สัตว์เศรษฐกิจ</a>ในบางประเทศ แต่ใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ เป็นอาหาร ตัดขน รีดนม และใช้เนื้อเพื่อบริโภค</p>
<p>อูฐเป็นสัตว์ที่มีความอดทนสูง สามารถอาศัยโดยไม่ต้องกินอาหารหรือน้ำเลย 2 สัปดาห์ เพราะมีไขมันสะสมไว้ในหนอกและร่างกายเก็บรักษาน้ำได้เป็นอย่างดี จึงสามารถอยู่ในที่ทุรกันดารเช่น<a title="ทะเลทราย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2">ทะเลทราย</a>ได้เป็นอย่างดี กินอาหารประเภทใบไม้ในทะเลทราย ตัวโตเต็มที่มีความสูงถึงบ่าประมาณ 1.85 เมตร และหนอกสูงอีก 75 เซนติเมตร ความสามารถ วิ่งได้เร็ว 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเดินด้วยความเร็วคงที่ประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบกน้ำหนักได้ 150-200 กิโลกรัม อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนแปลงได้จาก 34 องศาเซลเซียสในตอนกลางคืนมาเป็น 41 องศาเซลเซียสในตอนกลางวัน<sup id="cite_ref-1"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%90#cite_note-1">[1]</a></sup></p>
<h2>ประเภท</h2>
<p>สัตว์ที่จัดอยู่ในตระกูลอูฐมีอยู่ 6 ชนิดด้วยกันคือ</p>
<ol>
<li>อูฐหนอกเดียว (Arabian camel) เป็นอูฐที่มีถิ่นที่อยู่ใน<a title="ออสเตรเลีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2">ออสเตรเลีย</a>และ<a title="ตะวันออกกลาง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87">ตะวันออกกลาง</a></li>
<li>อูฐสองหนอก (Bactrian camel) มีถิ่นที่อยู่ในแถบ<a title="เอเชีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เอเชีย</a></li>
<li><a title="ลามา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2">ลามา</a> (llama) มีถิ่นที่อยู่ใน<a title="อเมริกาใต้" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">อเมริกาใต้</a></li>
<li><a title="อัลปากา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2">อัลปากา</a> (alpaca) มีถิ่นที่อยู่ในอเมริกาใต้</li>
<li><a title="บีกูญา (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1">บีกูญา</a> (vicuña) มีถิ่นที่อยู่ในอเมริกาใต้</li>
<li><a title="กวานาโก (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%81&amp;action=edit&amp;redlink=1">กวานาโก</a> (guanaco) มีถิ่นที่อยู่ในอเมริกาใต้</li>
</ol>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%90">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%90</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=68</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กวาง</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=65</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=65#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:39:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[กวาง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Cervidae; อังกฤษ: Deer) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กีบคู่ (อันดับย่อยสัตว์เคี้ยวเอื้อง) มีลักษณะ ขนยาวหยาบสีน้ำตาล ตัวผู้มีเขาเป็นแขนง ผลัดเขาปีละครั้ง ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าและไม่มีเขา ลักษณะเขาตัน ไม่กลวง เป็นเกลียว บางชนิดอาจแตกแขนงได้มากเหมือนกิ่งไม้ ไม่มีถุงน้ำดี ชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียวยกเว้นฤดูผสมพันธุ์ กินใบไม้อ่อน หญ้าอ่อน สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นบางชนิดเรียกว่ากวางตามชื่อสามัญ แต่ไม่ใช่กวางแท้ เช่น สัตว์ในวงศ์กวางชะมด (ชื่อสามัญ: Musk deer; ชื่อวิทยาศาสตร์: Moschidae) และกวางผา (ชื่อสามัญ: Himalayan goral; ชื่อวิทยาศาสตร์: Naemorhedus goral) CD:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/591_hangul-stag.jpg/250px-591_hangul-stag.jpg" /></p>
<p><b>กวาง</b> (<a title="ชื่อวิทยาศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ชื่อวิทยาศาสตร์</a>: Cervidae; <a title="ภาษาอังกฤษ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Deer) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับ<a title="สัตว์กีบคู่" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88">สัตว์กีบคู่</a> (อันดับย่อย<a title="Ruminantia" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Ruminantia">สัตว์เคี้ยวเอื้อง</a>) มีลักษณะ ขนยาวหยาบสีน้ำตาล ตัวผู้มีเขาเป็นแขนง ผลัดเขาปีละครั้ง ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าและไม่มีเขา ลักษณะเขาตัน ไม่กลวง เป็นเกลียว บางชนิดอาจแตกแขนงได้มากเหมือน<a title="กิ่งไม้ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89&amp;action=edit&amp;redlink=1">กิ่งไม้</a> ไม่มี<a title="ถุงน้ำดี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%94%E0%B8%B5">ถุงน้ำดี</a> ชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียวยกเว้นฤดูผสมพันธุ์ กินใบไม้อ่อน <a title="หญ้า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2">หญ้า</a>อ่อน</p>
<p>สัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นบางชนิดเรียกว่ากวางตาม<a title="ชื่อสามัญ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%8D">ชื่อสามัญ</a> แต่ไม่ใช่กวางแท้ เช่น สัตว์ในวงศ์<a title="กวางชะมด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%94">กวางชะมด</a> (ชื่อสามัญ: Musk deer; <a title="ชื่อวิทยาศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ชื่อวิทยาศาสตร์</a>: Moschidae) และ<a title="กวางผา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B2">กวางผา</a> (ชื่อสามัญ: Himalayan goral; <a title="ชื่อวิทยาศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ชื่อวิทยาศาสตร์</a>: <i>Naemorhedus goral</i>)</p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=65</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ม้าลาย</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=61</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=61#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:38:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[ถิ่นอาศัย พบทั่วไปในทวีปแอฟริกาแถบที่ราบโล่งทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า พฤติกรรมและการสืบพันธุ์ ชอบอาศัยอยู่ตามที่ราบโล่งที่เป็นหญ้า ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีหลายร้อยตัวจนถึงเป็นพันก็มี โดยจะเล็มหญ้าหากินร่วมกับสัตว์อื่นในทุ่งกว้าง เช่น นกกระจอกเทศ ยีราฟ แอนตีโลป และสัตว์กีบชนิดอื่นๆ ม้าลายมักจะมีนกกินแมลงจับเกาะอยู่บนหลัง เพื่อช่วยระวังภัยและกินพวกแมลงที่มารบกวน และมีนกกระจอกเทศและยีราฟคอยช่วยเป็นป้อมยามคอยเตือนภัยและระวังภัยให้ เพราะม้าลายสายตาไม่ค่อยดี แต่จมูกและหูไวมาก ฟันคม ม้าลายเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุประมาณ 2 ปี ตั้งท้องนานประมาณ 345-390 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกม้าลายแรกเกิดจะมีขนปุกปุยและมีแถบสีน้ำตาลสลับขาว มีอายุยืนประมาณ 25-30 ปี CD:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/2c/Zebra_Kruger.jpg/300px-Zebra_Kruger.jpg" /></h2>
<h2>ถิ่นอาศัย</h2>
<p>พบทั่วไปในทวีปแอฟริกาแถบที่ราบโล่งทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า</p>
<h2>พฤติกรรมและการสืบพันธุ์</h2>
<p>ชอบอาศัยอยู่ตามที่ราบโล่งที่เป็นหญ้า ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีหลายร้อยตัวจนถึงเป็นพันก็มี โดยจะเล็มหญ้าหากินร่วมกับสัตว์อื่นในทุ่งกว้าง เช่น นกกระจอกเทศ ยีราฟ แอนตีโลป และสัตว์กีบชนิดอื่นๆ ม้าลายมักจะมีนกกินแมลงจับเกาะอยู่บนหลัง เพื่อช่วยระวังภัยและกินพวกแมลงที่มารบกวน และมีนกกระจอกเทศและยีราฟคอยช่วยเป็นป้อมยามคอยเตือนภัยและระวังภัยให้ เพราะม้าลายสายตาไม่ค่อยดี แต่จมูกและหูไวมาก ฟันคม ม้าลายเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุประมาณ 2 ปี ตั้งท้องนานประมาณ 345-390 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกม้าลายแรกเกิดจะมีขนปุกปุยและมีแถบสีน้ำตาลสลับขาว มีอายุยืนประมาณ 25-30 ปี</p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=61</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรด</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=57</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=57#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:36:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[แรด เป็นสัตว์อยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับสัตว์กีบคี่ ในวงศ์ Rhinocerotidae แรดถือว่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ อาจเรียกได้ว่าเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองจากช้างก็ว่าได้ เพราะแรดอาจมีขนาดยาวได้ถึง 3.6-5 เมตร ความสูงของไหล่ 1.6-2 เมตร น้ำหนัก 2.3-3.6 ตัน แรดมีรูปร่างโดยทั่วไปคือ ตาเล็ก ปากงุ้มเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม มีหนังที่หนามาก ในบางชนิดอาจเห็นเป็นชั้นคล้ายเกราะ และมีลักษณะเด่นที่สุด คือ เขาบริเวณสั้นจมูกที่งอกแหลมยื่นยาวอกมา เรียกกันว่า &#8220;นอ&#8221; ซึ่งใช้เป็นอาวุธในการพุ่งชนป้องกันตัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว นอไม่ใช่เขาหรือกระดูกหากแต่เป็นขนที่ขึ้นอย่างหนาแน่นจนกลายเป็นของแข็ง[1] นอแรดอาจยาวได้ถึง 1.5 เมตร แรดโดยทั่วไปจะมีนอ 2 นอ แต่บางชนิดจะมีเพียงนอเดียว แรดเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ ดังนั้นจึงชอบนอนแช่โคลนหรือแช่ปลักเหมือนหมูหรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพื่อดับความร้อนและไล่แมลงที่มารบกวน หากินในเวลากลางคืน กลางวันนอนพักผ่อนซึ่งอาจนอนหลับในท่ายืนก็ได้ แรดเป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มาก แต่มีประสาทรับกลิ่นและประสาทหูดีเยี่ยม จึงเป็นสัตว์ที่มีนิสัยฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย ประกอบกับขนาดลำตัวที่ใหญ่จึงมักไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาติ ในปัจจุบันมีแรดหลงเหลืออยู่เพียง 5 ชนิด เท่านั้น พบในทวีปแอฟริกา 2 ชนิด ในเอเชีย 3 ชนิด และทุกชนิดเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วทั้งสิ้น ศัตรูของแรดเพียงอย่างเดียว คือ มนุษย์ ที่ล่าแรดเพื่อเอานอเนื่องจากเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะยาจีนเชื่อว่าเป็นยาเย็น สามารถดับพิษไข้ได้[2] ชื่อของแรด ชื่อสามัญของแรด คือ Rhinoceros มาจากภาษากรีกคำว่า [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/6d/White_Rhino.jpg/250px-White_Rhino.jpg" /></p>
<p><b>แรด</b> เป็น<a title="สัตว์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C">สัตว์</a>อยู่ใน<a title="ไฟลัม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1">ไฟลัม</a><a title="สัตว์มีแกนสันหลัง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87">สัตว์มีแกนสันหลัง</a> ชั้น<a title="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1">สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม</a> อันดับ<a title="สัตว์กีบคี่" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%88">สัตว์กีบคี่</a> ในวงศ์ Rhinocerotidae แรดถือว่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ อาจเรียกได้ว่าเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองจาก<a title="ช้าง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87">ช้าง</a>ก็ว่าได้ เพราะแรดอาจมีขนาดยาวได้ถึง 3.6-5 <a title="เมตร" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3">เมตร</a> ความสูงของไหล่ 1.6-2 เมตร น้ำหนัก 2.3-3.6 <a title="ตัน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99">ตัน</a></p>
<p>แรดมีรูปร่างโดยทั่วไปคือ ตาเล็ก ปากงุ้มเป็นรูป<a title="สามเหลี่ยม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1">สามเหลี่ยม</a>หรือ<a title="สี่เหลี่ยม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A1">สี่เหลี่ยม</a> มีหนังที่หนามาก ในบาง<a title="สปีชีส์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%8C">ชนิด</a>อาจเห็นเป็นชั้นคล้าย<a title="ชุดเกราะ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0">เกราะ</a> และมีลักษณะเด่นที่สุด คือ <a title="เขา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2">เขา</a>บริเวณสั้นจมูกที่งอกแหลมยื่นยาวอกมา เรียกกันว่า &#8220;นอ&#8221; ซึ่งใช้เป็นอาวุธในการพุ่งชนป้องกันตัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว นอไม่ใช่เขาหรือ<a title="กระดูก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81">กระดูก</a>หากแต่เป็นขนที่ขึ้นอย่างหนาแน่นจนกลายเป็นของแข็ง<sup id="cite_ref-1"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%94#cite_note-1">[1]</a></sup> นอแรดอาจยาวได้ถึง 1.5 เมตร แรดโดยทั่วไปจะมีนอ 2 นอ แต่บางชนิดจะมีเพียงนอเดียว</p>
<p>แรดเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ ดังนั้นจึงชอบนอนแช่<a title="โคลน (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">โคลน</a>หรือแช่ปลักเหมือน<a title="หมู" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9">หมู</a>หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพื่อดับความร้อนและไล่<a title="แมลง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87">แมลง</a>ที่มารบกวน หากินในเวลากลางคืน กลางวันนอนพักผ่อนซึ่งอาจนอนหลับในท่ายืนก็ได้</p>
<p>แรดเป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มาก แต่มีประสาทรับกลิ่นและประสาทหูดีเยี่ยม จึงเป็นสัตว์ที่มีนิสัยฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย ประกอบกับขนาดลำตัวที่ใหญ่จึงมักไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาติ ในปัจจุบันมีแรดหลงเหลืออยู่เพียง 5 ชนิด เท่านั้น พบใน<a title="ทวีปแอฟริกา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2">ทวีปแอฟริกา</a> 2 ชนิด ใน<a title="เอเชีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เอเชีย</a> 3 ชนิด และทุกชนิดเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วทั้งสิ้น ศัตรูของแรดเพียงอย่างเดียว คือ <a title="มนุษย์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C">มนุษย์</a> ที่ล่าแรดเพื่อเอานอเนื่องจากเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะ<a title="ยาจีน (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99&amp;action=edit&amp;redlink=1">ยาจีน</a>เชื่อว่าเป็นยาเย็น สามารถดับพิษไข้ได้<sup id="cite_ref-2"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%94#cite_note-2">[2]</a></sup></p>
<h2>ชื่อของแรด</h2>
<p><a title="ชื่อสามัญ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%8D">ชื่อสามัญ</a>ของแรด คือ Rhinoceros มาจาก<a title="ภาษากรีก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81">ภาษากรีก</a>คำว่า ῥινός rhinos หมายถึง จมูก และ κέρας keras หมายถึง เขา ดังนั้นคำว่า rhinoceros อาจแปลได้ว่า จมูกเขา</p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%94">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%94</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=57</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยีราฟ</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=58</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=58#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:35:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[ลักษณะพิเศษ ด้วยความที่เป็นสัตว์ตัวสูง ยีราฟจำเป็นต้องมีหัวใจขนาดใหญ่เพื่อหมุนสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง ยีราฟสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้มากกว่ามนุษย์ถึง 3 เท่า เพื่อไปเลี้ยงสมองที่อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 8 ฟุต เสมือนกับปั๊มน้ำที่สูบน้ำขึ้นไปยังตึกสูง หัวใจของยีราฟหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ระบบไหลเวียนโลหิตจึงเป็นแบบพิเศษ เรียกว่า &#8220;Rete mirabile&#8221; ช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไปเวลายีราฟก้มตัวดื่มน้ำ ระบบไหลเวียนเลือดพิเศษนี้จึงเปรียบเสมือนวาล์วปิดเปิดน้ำ [3] ยีราฟ เป็นสัตว์ที่กินพืช กินได้ทั้งหญ้าที่ขึ้นอยู่กับพื้น และพุ่มไม้สูง ๆ โดยเฉพาะพุ่มไม้ประเภทอาเคเชียหรือกระถินณรงค์ที่มีหนามแหลม มีรสฝาด และมีพิษ แต่ยีราฟก็สามารถกินได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะมีลิ้นที่ยาวถึง 45-47 เซนติเมตร และมีความหนาสาก ใช้ตวัดกินได้โดยไม่ได้รับอันตราย และทนทานต่อสารพิษได้ในระดับหนึ่ง[4] แต่เมื่อยีราฟจะดื่มน้ำหรือกินอาหารที่อยู่พื้นล่าง ต้องถ่างขาทั้งคู่หน้าออก และก้มคอลง เพราะมีกระดูกที่ข้อต่อต้นคอเพียง 7 ข้อเท่านั้น นับเป็นช่วงที่ยีราฟจะได้รับอันตรายจากสัตว์กินเนื้อที่บุกจู่โจมได้ เพราะเป็นช่วงที่อยู่ในท่าที่ไม่คล่องตัว[5] วัน ๆ หนึ่งยีราฟจะกินอาหารเฉลี่ยวันละ 20-30 กิโลกรัม ขณะที่นอนหลับในท่ายืนเพียงวันละ 2 นาที-2 ชั่วโมงเท่านั้น ยีราฟเมื่อวิ่ง จะวิ่งได้ไม่นานนักเนื่องจากหัวใจจะสูบฉีดเลือดอย่างหนัก และเมื่อวิ่งจะต่างจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพราะทั้งขาหลังและขาหน้า ที่อยู่ข้างเดียวกัน [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1 id="firstHeading" lang="th"><span class="Apple-style-span" style="font-size: 18px; line-height: 28px;"><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/9f/Giraffe_standing.jpg/250px-Giraffe_standing.jpg" /><br />
ลักษณะพิเศษ</span></h1>
<div id="bodyContent">
<div dir="ltr" id="mw-content-text" lang="th">
<p>ด้วยความที่เป็นสัตว์ตัวสูง ยีราฟจำเป็นต้องมีหัวใจขนาดใหญ่เพื่อหมุนสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง ยีราฟสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้มากกว่ามนุษย์ถึง 3 เท่า เพื่อไปเลี้ยงสมองที่อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 8 ฟุต เสมือนกับปั๊มน้ำที่สูบน้ำขึ้นไปยังตึกสูง หัวใจของยีราฟหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ระบบไหลเวียนโลหิตจึงเป็นแบบพิเศษ เรียกว่า &#8220;Rete mirabile&#8221; ช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไปเวลายีราฟก้มตัวดื่มน้ำ ระบบไหลเวียนเลือดพิเศษนี้จึงเปรียบเสมือนวาล์วปิดเปิดน้ำ <sup id="cite_ref-3"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F#cite_note-3">[3]</a></sup></p>
<p>ยีราฟ เป็นสัตว์ที่กินพืช กินได้ทั้ง<a title="หญ้า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2">หญ้า</a>ที่ขึ้นอยู่กับพื้น และพุ่มไม้สูง ๆ โดยเฉพาะพุ่มไม้ประเภท<a title="อาเคเชีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2">อาเคเชีย</a>หรือ<a title="กระถินณรงค์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C">กระถินณรงค์</a>ที่มีหนามแหลม มีรสฝาด และมีพิษ แต่ยีราฟก็สามารถกินได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะมีลิ้นที่ยาวถึง 45-47 เซนติเมตร และมีความหนาสาก ใช้ตวัดกินได้โดยไม่ได้รับอันตราย และทนทานต่อสารพิษได้ในระดับหนึ่ง<sup id="cite_ref-4"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F#cite_note-4">[4]</a></sup> แต่เมื่อยีราฟจะดื่มน้ำหรือกินอาหารที่อยู่พื้นล่าง ต้องถ่างขาทั้งคู่หน้าออก และก้มคอลง เพราะมีกระดูกที่ข้อต่อต้นคอเพียง 7 ข้อเท่านั้น นับเป็นช่วงที่ยีราฟจะได้รับอันตรายจากสัตว์กินเนื้อที่บุกจู่โจมได้ เพราะเป็นช่วงที่อยู่ในท่าที่ไม่คล่องตัว<sup id="cite_ref-5"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F#cite_note-5">[5]</a></sup> วัน ๆ หนึ่งยีราฟจะกินอาหารเฉลี่ยวันละ 20-30 กิโลกรัม ขณะที่นอนหลับในท่ายืนเพียงวันละ 2 นาที-2 ชั่วโมงเท่านั้น ยีราฟเมื่อวิ่ง จะวิ่งได้ไม่นานนักเนื่องจากหัวใจจะสูบฉีดเลือดอย่างหนัก และเมื่อวิ่งจะต่างจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพราะทั้งขาหลังและขาหน้า ที่อยู่ข้างเดียวกัน จะยกขึ้นลงพร้อม ๆ กัน จึงมีลักษณะการวิ่งแบบควบกระโดดโคลงเคลงไปมา และคอที่ยาวก็จะมีอาการแกว่งไกวไปมาด้วย <sup id="cite_ref-sohk_6-0"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F#cite_note-sohk-6">[6]</a></sup></p>
<p>แม้จะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ แต่ยีราฟก็ยังถูกคุกคามจากสัตว์กินเนื้อได้ เช่น <a title="สิงโต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95">สิงโต</a> หรือ<a title="ไฮยีนา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2">ไฮยีนา</a> ยีราฟมีวิธีการป้องกันตัวคือ การเตะ จากขาหลังที่ทรงพลัง ซึ่งทำให้สิงโตได้รับบาดเจ็บได้ สิงโตจึงไม่ค่อยโจมตียีราฟตัวที่โตเต็มที่ แต่จะเล็งไปยังลูกยีราฟมากกว่า<sup id="cite_ref-.E0.B8.97.E0.B8.B3.E0.B9.84.E0.B8.A1_7-0"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F#cite_note-.E0.B8.97.E0.B8.B3.E0.B9.84.E0.B8.A1-7"><br />
</a></sup></p>
<p>คอของยีราฟประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งยึดติดกับบริเวณหัวไหล่ คอของยีราฟจึงไม่ห้อยตกลงมา ซึ่งคอของยีราฟนอกจากจะใช้เพื่อการดำรงชีวิตทั่วไป ยังมีส่วนสำคัญในพฤติกรรมทางสังคมเช่นกัน ยีราฟตัวผู้จะเข้าต่อสู้โดยใช้คอของถูหรือฟาดกับยีราฟตัวอื่น เพื่อจะแสดงความเป็นจ่าฝูง และใช้เกี้ยวพาราสีหาคู่เพื่อสืบพันธุ์ด้วย</p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9F</a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=58</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นกยูง</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=54</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=54#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:33:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[นกยูง (อังกฤษ: Peacock, Peafowl) เป็นสัตว์ปีกจำพวกไก่ฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์เดียวกันนี้ มีจุดเด่นคือ เพศผู้มีขนหางยาวที่มีสีสันสวยงาม ที่เมื่อแผ่ขยายออกเพื่ออวดเพศเมียจะมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ที่เรียกว่า &#8220;รำแพน&#8221;[1] ใช้ชื่อสกุลว่า Pavo ชอบอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบผสมตามริมลำธารในป่า มีพฤติกรรมมักร้องตอนเช้าหรือพลบคํ่า กินอาหารจำพวกเมล็ดพืช แมลง และสัตว์เล็ก ๆ มีการกระจายพันธุ์อยู่ทางเหนือของประเทศอินเดียไปทางทิศตะวันออกผ่านพม่า, ตอนใต้ของประเทศจีน, ไทย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซียและชวา [2] นกยูงแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ นกยูงอินเดีย (Pavo cristatus) มีหงอนบนหัวแผ่เป็นพัด มีหนังข้างแก้มเป็นสีขาว ขนส่วนคอและอกด้านบนเป็นสีน้ำเงิน พบกระจายพันธุ์ในอินเดีย นกยูงไทย (Pavo muticus) มีหงอนบนหัวตั้งตรงเป็นกระจุก หนังข้างแก้มเป็นสีฟ้าและสีเหลือง ขนส่วนคอ หลัง ตลอดไปถึงปลายหางเป็นสีเขียว พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคตะวันออกชองอินเดียติดกับพม่า ภูมิภาคอินโดจีน และชวา CD:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/a/a9/Peacock_courting_peahen.jpg/250px-Peacock_courting_peahen.jpg" /></p>
<div id="bodyContent">
<div dir="ltr" id="mw-content-text" lang="th">
<p><b>นกยูง</b> (<a title="ภาษาอังกฤษ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Peacock, Peafowl) เป็น<a title="สัตว์ปีก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%81">สัตว์ปีก</a>จำพวก<a title="Phasianidae" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Phasianidae">ไก่ฟ้า</a>ขนาดใหญ่ที่สุดในวงศ์เดียวกันนี้ มีจุดเด่นคือ <a title="เพศผู้" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89">เพศผู้</a>มีขนหางยาวที่มีสีสันสวยงาม ที่เมื่อแผ่ขยายออกเพื่ออวดเพศเมียจะมีความ<a title="สวย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2">สวย</a>งามเป็นอย่างยิ่ง ที่เรียกว่า &#8220;รำแพน&#8221;<sup id="cite_ref-1"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87#cite_note-1">[1]</a></sup> ใช้ชื่อ<a title="Genus" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Genus">สกุล</a>ว่า <i>Pavo</i> ชอบอาศัยอยู่ใน<a title="ป่าดิบ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A">ป่าดิบ</a>แล้งและป่าผลัดใบผสมตามริมลำธารในป่า มีพฤติกรรมมักร้องตอนเช้าหรือพลบคํ่า กินอาหารจำพวกเมล็ดพืช <a title="แมลง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87">แมลง</a> และสัตว์เล็ก ๆ มีการกระจายพันธุ์อยู่ทางเหนือของประเทศ<a title="อินเดีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2">อินเดีย</a>ไปทางทิศตะวันออกผ่าน<a title="พม่า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2">พม่า</a>, ตอนใต้ของประเทศ<a title="จีน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99">จีน</a>, <a title="ไทย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ไทย</a>, <a title="ลาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ลาว</a>, <a title="เวียดนาม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1">เวียดนาม</a>, <a title="กัมพูชา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2">กัมพูชา</a>, <a title="มาเลเซีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2">มาเลเซีย</a>และ<a title="ชวา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B2">ชวา</a> <sup id="cite_ref-2"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87#cite_note-2">[2]</a></sup></p>
<p>นกยูงแบ่งออกได้เป็น 2 <a title="สปีชีส์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%8C">ชนิด</a> คือ</p>
<ul>
<li><a title="นกยูงอินเดีย (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2&amp;action=edit&amp;redlink=1">นกยูงอินเดีย</a> (<i>Pavo cristatus</i>) มีหงอนบนหัวแผ่เป็นพัด มีหนังข้างแก้มเป็น<a title="สีขาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7">สีขาว</a> ขนส่วนคอและอกด้านบนเป็น<a title="สีน้ำเงิน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99">สีน้ำเงิน</a> พบกระจายพันธุ์ในอินเดีย</li>
</ul>
<ul>
<li><a title="นกยูงไทย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">นกยูงไทย</a> (<i>Pavo muticus</i>) มีหงอนบนหัวตั้งตรงเป็นกระจุก หนังข้างแก้มเป็น<a title="สีน้ำเงิน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99">สีฟ้า</a>และ<a title="สีเหลือง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87">สีเหลือง</a> ขนส่วนคอ หลัง ตลอดไปถึงปลายหางเป็น<a title="สีเขียว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7">สีเขียว</a> พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคตะวันออกชองอินเดียติดกับพม่า ภูมิภาคอินโดจีน และชวา<sup id="cite_ref-3"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87#cite_note-3"><br />
</a></sup></li>
</ul>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87</a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=54</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เป็ด</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=51</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=51#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:30:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=51</guid>
		<description><![CDATA[เป็ด เป็นสัตว์ปีกในวงศ์ Anatidae (วงศ์นกเป็ดน้ำ) ปากแบน ตีนแบน ระหว่างนิ้วมีพังผืดยึดติดกันเพื่อสะดวกในการว่ายน้ำ ตัวมีหลายสี เช่น น้ำตาล ขาว เขียว ชมพู ม่วง ขนาดเล็กกว่าห่าน ว่ายน้ำเก่ง กินปลา พืชน้ำและสัตว์เล็กๆ มีต้นตระกูลมาจากเป็ดมัลลาร์ด (Anas platyrhynchos) เป็ดเป็นนกน้ำที่มีขนาดเล็กกว่าหงส์และห่าน และสามารถพบได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็ดมีแหล่งอาหารที่หลากหลาย เช่น หญ้า เมล็ดข้าว พืชน้ำ ปลา แมลง การเลี้ยงเป็ดมี 2 ประเภท คือ การเลี้ยงเพื่อเป็นแหล่งอาหารและการเลี้ยงเป็ดสวยงาม การเลี้ยงเป็ดเพื่อใช้เป็นอาหาร (ทั้งเนื้อและไข่) ซึ่งมีเป็นอยู่ไม่กี่พันธุ์ อาหารที่ทำจากเป็ดเช่นเป็ดปักกิ่ง การเลี้ยงเป็ดเพื่อความสวยงามพบได้น้อย เนื่องจากราคาค่อนข้างแพง หายาก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงพบได้ในสวนสัตว์ หรือได้รับเลี้ยงดูโดยคนมีฐานะ สายพันธุ์เป็ด ปัจจุบัน เป็ด ที่เลี้ยงโดยทั่วไปมีหลายสายพันธุ์ คือ เป็ดไข่ เป็ดพันธุ์กากีแคมเบลล์ (Khaki Campbell) เป็ดพันธุ์อินเดียนรันเนอร์ (Indian Runner) เป็ดพันธุ์พื้นเมือง เช่น เป็ดพันธุ์นครปฐม เป็ดพันธุ์กบินทร์บุรี เป็ดพันธุ์ปากน้ำ เป็ดพันธุ์โซมาเลีย เป็ดเนื้อ เป็ดพันธุ์ปักกิ่ง (Pekin) [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/97/Ducks_in_plymouth%2C_massachusetts.jpg/250px-Ducks_in_plymouth%2C_massachusetts.jpg" /></p>
<p><b>เป็ด</b> เป็น<a title="สัตว์ปีก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%81">สัตว์ปีก</a>ในวงศ์ Anatidae (<a title="วงศ์นกเป็ดน้ำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3">วงศ์นกเป็ดน้ำ</a>) ปากแบน ตีนแบน ระหว่างนิ้วมีพังผืดยึดติดกันเพื่อสะดวกในการว่ายน้ำ ตัวมีหลายสี เช่น น้ำตาล ขาว เขียว ชมพู ม่วง ขนาดเล็กกว่าห่าน ว่ายน้ำเก่ง กินปลา พืชน้ำและสัตว์เล็กๆ มีต้นตระกูลมาจาก<a title="Anas platyrhynchos" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Anas_platyrhynchos">เป็ดมัลลาร์ด</a> (<i>Anas platyrhynchos</i>) เป็ดเป็นนกน้ำที่มีขนาดเล็กกว่า<a title="หงส์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%8C">หงส์</a>และ<a title="ห่าน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99">ห่าน</a> และสามารถพบได้ทั้งใน<a title="น้ำจืด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%94">น้ำจืด</a>และ<a title="น้ำเค็ม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%87%E0%B8%A1">น้ำเค็ม</a></p>
<p>เป็ดมีแหล่งอาหารที่หลากหลาย เช่น <a title="หญ้า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2">หญ้า</a> <a title="เมล็ดข้าว (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;action=edit&amp;redlink=1">เมล็ดข้าว</a> <a title="พืชน้ำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3">พืชน้ำ</a> <a title="ปลา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2">ปลา</a> <a title="แมลง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%87">แมลง</a></p>
<p>การเลี้ยงเป็ดมี 2 ประเภท คือ การเลี้ยงเพื่อเป็นแหล่งอาหารและการเลี้ยงเป็ดสวยงาม การเลี้ยงเป็ดเพื่อใช้เป็นอาหาร (ทั้งเนื้อและไข่) ซึ่งมีเป็นอยู่ไม่กี่พันธุ์ อาหารที่ทำจากเป็ดเช่น<a title="เป็ดปักกิ่ง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87">เป็ดปักกิ่ง</a> การเลี้ยงเป็ดเพื่อความสวยงามพบได้น้อย เนื่องจากราคาค่อนข้างแพง หายาก ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงพบได้ในสวนสัตว์ หรือได้รับเลี้ยงดูโดยคนมีฐานะ</p>
<h2>สายพันธุ์เป็ด</h2>
<p>ปัจจุบัน <b>เป็ด</b> ที่เลี้ยงโดยทั่วไปมีหลายสายพันธุ์ คือ</p>
<ul>
<li>เป็ดไข่
<ul>
<li>เป็ดพันธุ์กากีแคมเบลล์ (Khaki Campbell)</li>
<li>เป็ดพันธุ์อินเดียนรันเนอร์ (Indian Runner)</li>
<li>เป็ดพันธุ์พื้นเมือง เช่น เป็ดพันธุ์นครปฐม เป็ดพันธุ์กบินทร์บุรี เป็ดพันธุ์ปากน้ำ</li>
<li>เป็ดพันธุ์โซมาเลีย</li>
</ul>
</li>
</ul>
<ul>
<li>เป็ดเนื้อ
<ul>
<li>เป็ดพันธุ์ปักกิ่ง (Pekin)</li>
<li>เป็ดพันธุ์มัสโควี่ (เป็ดเทศ) (Muscovy)</li>
<li>เป็ดพันธุ์บาบารี่ (Barbary)</li>
<li>เป็ดพันธุ์ปั๊วฉ่าย</li>
<li>เป็ดพันธุ์บาเซโลน่า</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=51</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปลา</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=49</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=49#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:27:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[ปลา (อังกฤษ: Fish, กรีก: Ichthys, ละติน: Pisces) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ เป็นสัตว์เลือดเย็นหายใจด้วยเหงือกและมีกระดูกสันหลัง สามารถเคลื่อนไหวไปมาด้วยครีบและกล้ามเนื้อของลำตัว บางชนิดมีเกล็ดปกคลุมทั่วตัว บางชนิดไม่มีเกล็ดแต่ปกคลุมด้วยเมือกลื่น ๆ หรือแผ่นกระดูก มีหัวใจสองห้องและมีขากรรไกร ยกเว้นปลาจำพวกปลาฉลาม สัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำบางประเภท ถูกเรียกติดปากว่าปลาเช่นเดียวกันเช่น ปลาดาว, โลมา, วาฬและหมึก ซึ่งสัตว์ทั้งหมดนี้ก็มีแหล่งอาศัยอยู่ในน้ำด้วยกันทั้งสิ้น แต่ไม่ได้จัดอยู่ในจำพวกเดียวกันกับปลา ด้วยลักษณะทางกายวิภาคและสรีรวิยาที่แตกต่างกันเช่น ปลาดาวเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังเช่นเดียวกับปลา มีโครงสร้างที่เป็นหินปูน โลมาและวาฬถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สามารถหายใจได้ทางปอดไม่ใช่ทางเหงือก และปลาหมึกจัดเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่ถูกจัดรวมอยู่กับสัตว์ประเภทเดียวกันกับหอย ปลาไม่มีขากรรไกร (Agnatha) แบ่งเป็น แฮคฟิช พบในปัจจุบันประมาณ 65 ชนิด และ ปลาแลมป์เพรย์ พบในปัจจุบันประมาณ 40 ชนิด ปลากระดูกอ่อน (Cartilaginous fish) ได้แก่ ปลาโรนัน, ปลาฉนาก, ปลากระเบน และปลาฉลาม พบในปัจจุบันประมาณ 400 ชนิด ปลากระดูกแข็ง (Bony fish) คือปลาอื่น ๆ ที่เหลือทั้งหมด ปลากระดูกแข็งเป็นปลาส่วนใหญ่ของโลก พบในปัจจุบันประมาณ 21,000 ชนิด ปลาครีบเป็นพู่ (Lobe-finned fish) คือ ปลาที่มีครีบต่าง ๆ เป็นพู่หรือกลีบ ใช้ในการเคลื่อนไหวใต้น้ำเหมือนเดิน ได้แก่ ปลาซีลาแคนท์, ปลาปอด เป็นต้น ปลามีเกราะ (Armoured fish) เป็นปลาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถือเป็นบรรพบุรุษของปลาทั้งหมด ปัจจุบันสูญพันธุ์หมดแล้ว มีเกล็ดหนาหุ้มตลอดลำตัวเหมือนชุดเกราะ ปลาเป็นสัตว์น้ำที่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในสภาพของดินฟ้าอากาศที่มีความแปรปรวน และแตกต่างกันอย่างมาก ตราบใดที่ในบริเวณนั้นยังคงมีแหล่งน้ำอยู่ เนื่องจากปลาในแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปรับสภาพของตัวเองให้สามารถมีชีวิตต่อไปได้ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1 id="firstHeading" lang="th"><img class="aligncenter" alt="" src="http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSGwRD-TXHPPfps8czNZulsdYLwKMt8G1pgzuMh0h0TfA6OxXWXuQ" /></h1>
<div id="bodyContent">
<div dir="ltr" id="mw-content-text" lang="th">
<p><b>ปลา</b> (<a title="ภาษาอังกฤษ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Fish, <a title="ภาษากรีก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%81">กรีก</a>: Ichthys, <a title="ภาษาละติน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99">ละติน</a>: Pisces) จัดอยู่ใน<a title="ไฟลัม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1">ไฟลัม</a><a title="สัตว์มีกระดูกสันหลัง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87">สัตว์มีกระดูกสันหลัง</a> เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่ง<a title="น้ำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3">น้ำ</a> เป็น<a title="สัตว์เลือดเย็น" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99">สัตว์เลือดเย็น</a>หายใจด้วย<a title="เหงือก (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81&amp;action=edit&amp;redlink=1">เหงือก</a>และมี<a title="กระดูกสันหลัง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87">กระดูกสันหลัง</a> สามารถเคลื่อนไหวไปมาด้วยครีบและ<a title="กล้ามเนื้อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD">กล้ามเนื้อ</a>ของลำตัว บางชนิดมีเกล็ดปกคลุมทั่วตัว บางชนิดไม่มีเกล็ดแต่ปกคลุมด้วยเมือกลื่น ๆ หรือแผ่น<a title="กระดูก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81">กระดูก</a> มี<a title="หัวใจ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88">หัวใจ</a>สองห้องและมี<a title="ขากรรไกร (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3&amp;action=edit&amp;redlink=1">ขากรรไกร</a> ยกเว้นปลาจำพวก<a title="ปลาฉลาม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A1">ปลาฉลาม</a></p>
<p>สัตว์ที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำบางประเภท ถูกเรียกติดปากว่าปลาเช่นเดียวกันเช่น <a title="ปลาดาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7">ปลาดาว</a>, <a title="โลมา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%B2">โลมา</a>, <a title="วาฬ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%AC">วาฬ</a>และ<a title="หมึก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B6%E0%B8%81">หมึก</a> ซึ่งสัตว์ทั้งหมดนี้ก็มีแหล่งอาศัยอยู่ในน้ำด้วยกันทั้งสิ้น แต่ไม่ได้จัดอยู่ในจำพวกเดียวกันกับปลา ด้วยลักษณะทางกายวิภาคและสรีรวิยาที่แตกต่างกันเช่น ปลาดาวเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังเช่นเดียวกับปลา มีโครงสร้างที่เป็น<a title="หินปูน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%99">หินปูน</a> โลมาและวาฬถูกจัดเป็น<a title="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1">สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม</a>ที่สามารถหายใจได้ทาง<a title="ปอด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%94">ปอด</a>ไม่ใช่ทางเหงือก และปลาหมึกจัดเป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง แต่ถูกจัดรวมอยู่กับ<a title="มอลลัสคา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%84%E0%B8%B2">สัตว์ประเภทเดียวกันกับหอย</a></p>
<ol>
<li><a title="ปลาไม่มีขากรรไกร" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3">ปลาไม่มีขากรรไกร</a> (Agnatha) แบ่งเป็น <a title="แฮคฟิช" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%84%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%8A">แฮคฟิช</a> พบในปัจจุบันประมาณ 65 ชนิด และ <a title="ปลาแลมป์เพรย์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C">ปลาแลมป์เพรย์</a> พบในปัจจุบันประมาณ 40 ชนิด</li>
<li><a title="ปลากระดูกอ่อน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99">ปลากระดูกอ่อน</a> (Cartilaginous fish) ได้แก่ <a title="ปลาโรนัน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99">ปลาโรนัน</a>, <a title="ปลาฉนาก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%89%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81">ปลาฉนาก</a>, <a title="ปลากระเบน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%99">ปลากระเบน</a> และปลาฉลาม พบในปัจจุบันประมาณ 400 ชนิด</li>
<li><a title="ปลากระดูกแข็ง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87">ปลากระดูกแข็ง</a> (Bony fish) คือปลาอื่น ๆ ที่เหลือทั้งหมด ปลากระดูกแข็งเป็นปลาส่วนใหญ่ของโลก พบในปัจจุบันประมาณ 21,000 ชนิด</li>
<li><a title="Sarcopterygii" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Sarcopterygii">ปลาครีบเป็นพู่</a> (Lobe-finned fish) คือ ปลาที่มีครีบต่าง ๆ เป็นพู่หรือกลีบ ใช้ในการเคลื่อนไหวใต้น้ำเหมือนเดิน ได้แก่ <a title="ปลาซีลาแคนท์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C">ปลาซีลาแคนท์</a>, <a title="ปลาปอด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%94">ปลาปอด</a> เป็นต้น</li>
<li><a title="Placodermi" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Placodermi">ปลามีเกราะ</a> (Armoured fish) เป็น<a title="ปลายุคก่อนประวัติศาสตร์ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">ปลาในยุคก่อนประวัติศาสตร์</a> ถือเป็นบรรพบุรุษของปลาทั้งหมด ปัจจุบัน<a title="การสูญพันธุ์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C">สูญพันธุ์</a>หมดแล้ว มีเกล็ดหนาหุ้มตลอดลำตัวเหมือน<a title="ชุดเกราะ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0">ชุดเกราะ</a></li>
</ol>
<p>ปลาเป็นสัตว์น้ำที่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในสภาพของดินฟ้าอากาศที่มีความแปรปรวน และแตกต่างกันอย่างมาก ตราบใดที่ในบริเวณนั้นยังคงมีแหล่งน้ำอยู่ เนื่องจากปลาในแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวในการปรับสภาพของตัวเองให้สามารถมีชีวิตต่อไปได้ เช่น ปลาที่อาศัยใน<a title="มหาสมุทรใต้" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89">มหาสมุทรแอนตาร์กติก</a> ซึ่งปกคลุมไปด้วย<a title="น้ำแข็ง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87">น้ำแข็ง</a>และอุณหภูมิที่ต่ำกว่า<a title="จุดเยือกแข็ง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87">จุดเยือกแข็ง</a> จึงต้องปรับสภาพร่างกายของตัวเองโดยการสร้างสารความต้านทานของเม็ดเลือด หรือปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูง แหล่งน้ำที่จืดสนิทจนถึงแหล่งน้ำที่มีความเค็มค่อนข้างมาก ก็จะปรับสภาพการดำรงชีพที่แตกต่างกันรวมไปถึงวิธีการว่ายน้ำด้วยลักษณะวิธีการที่แตกต่างกัน การปรับตัวและการดิ้นรนเพื่อการดำรงชีพของปลา ทำให้ลักษณะทางสรีรวิทยารวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2</a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=49</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กระต่าย</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=44</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=44#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:23:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=44</guid>
		<description><![CDATA[กระต่าย (อังกฤษ: Hare, Rabbit) จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับกระต่าย (Lagomorpha) ในวงศ์ Leporidae กระต่ายแม้จะมีฟันแทะเหมือนกับสัตว์ฟันแทะ (Rodentia) แต่ถูกจัดออกมาเป็นอันดับต่างหาก เนื่องมีจำนวนฟันที่ไม่เท่ากัน เพราะกระต่ายมีฟันแทะที่ขากรรไกรบน 2 แถว เรียงซ้อนกันแถวละ 2 ซี่ ฟันกรามบนข้างละ 6 ซี่ และฟันกรามล่างข้างละ 5 ซี่ เมื่อเวลาเคี้ยวอาหาร กระต่ายจะใช้ฟันทั้ง 2 ด้านเคี้ยวสลับกันไป ต่างจากสัตว์ฟันแทะโดยทั่วไปที่เคี้ยวเคลื่อนหน้าเคลื่อนหลัง ซึ่งสามารถเขียนเป็นสูตรได้ว่า  กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนปุกปุยทั่วลำตัว มีหางกลมสั้น มีใบหูยาวเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น ซึ่งวิวัฒนาการมาใช้สำหรับฟังเสียงได้เป็นอย่างดี และยังมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีมาก กระต่ายมีขาหน้าที่มี 5 นิ้ว ขาหลังมี 4 นิ้ว มีสะโพกที่ยาวและทรงพลัง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจึงสามารถกระโดดได้เป็นอย่างดี ใต้ฝ่าเท้ามีขนนุ่ม ๆ รองรับอยู่ เพื่อมิให้เกิดเสียงเมื่อเคลื่อนไหว เป็นสัตว์ที่ตื่นตกใจง่ายและมีความว่องไวปราดเปรียวมากในการระแวดระวังภัย นอกจากนี้แล้วตาของกระต่ายยังมีหนังตาหรือเปลือกตาถึง 3 ชั้นด้วยกัน[1] กระต่ายเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารเท่านั้น ต่างจากสัตว์ฟันแทะที่กินได้ทั้งเนื้อและพืช อาหารของกระต่ายได้แก่ หญ้าและพืชผักชนิดต่าง ๆ อายุขัยโดยเฉลี่ยของกระต่ายจะอยู่ที่ 2-3 ปี นับเป็นสัตว์ที่สืบพันธุ์เร็วมาก โดยปีหนึ่ง ๆ [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1 id="firstHeading" lang="th"><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/e/e3/Arctic_Hare_1.jpg/230px-Arctic_Hare_1.jpg" /></h1>
<div id="bodyContent">
<div dir="ltr" id="mw-content-text" lang="th">
<p><b>กระต่าย</b> (<a title="ภาษาอังกฤษ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>: Hare, Rabbit) จัดอยู่ใน<a title="ไฟลัม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1">ไฟลัม</a><a title="สัตว์มีแกนสันหลัง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87">สัตว์มีแกนสันหลัง</a> ชั้น<a title="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A1">สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม</a> <a title="Lagomorpha" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Lagomorpha">อันดับกระต่าย</a> (Lagomorpha) ในวงศ์ <a title="Leporidae" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Leporidae">Leporidae</a></p>
<p>กระต่ายแม้จะมีฟันแทะเหมือนกับ<a title="สัตว์ฟันแทะ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%B0">สัตว์ฟันแทะ</a> (Rodentia) แต่ถูกจัดออกมาเป็น<a title="อันดับ (ชีววิทยา)" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A_(%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2)">อันดับ</a>ต่างหาก เนื่องมีจำนวนฟันที่ไม่เท่ากัน เพราะกระต่ายมีฟันแทะที่ขากรรไกรบน 2 แถว เรียงซ้อนกันแถวละ 2 ซี่ ฟันกรามบนข้างละ 6 ซี่ และฟันกรามล่างข้างละ 5 ซี่ เมื่อเวลาเคี้ยวอาหาร กระต่ายจะใช้ฟันทั้ง 2 ด้านเคี้ยวสลับกันไป ต่างจากสัตว์ฟันแทะโดยทั่วไปที่เคี้ยวเคลื่อนหน้าเคลื่อนหลัง ซึ่งสามารถเขียนเป็นสูตรได้ว่า <img alt=" (1\tfrac{2}{2},C\tfrac{0}{0},P\tfrac{3}{2},M\tfrac{2}{3}) X 2 = 28" src="http://upload.wikimedia.org/math/f/8/c/f8ce74dce97d1730449ff18bfe11a662.png" /></p>
<p>กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนปุกปุยทั่วลำตัว มีหางกลมสั้น มีใบหูยาวเมื่อเทียบกับสัตว์อื่น ซึ่ง<a title="วิวัฒนาการ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3">วิวัฒนาการ</a>มาใช้สำหรับฟังเสียงได้เป็นอย่างดี และยังมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีมาก กระต่ายมีขาหน้าที่มี 5 <a title="นิ้ว (อวัยวะ)" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A7_(%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B0)">นิ้ว</a> ขาหลังมี 4 นิ้ว มีสะโพกที่ยาวและทรงพลัง เต็มไปด้วย<a title="กล้ามเนื้อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD">กล้ามเนื้อ</a>จึงสามารถ<a title="กระโดด (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%94&amp;action=edit&amp;redlink=1">กระโดด</a>ได้เป็นอย่างดี ใต้ฝ่าเท้ามีขนนุ่ม ๆ รองรับอยู่ เพื่อมิให้เกิดเสียงเมื่อเคลื่อนไหว เป็นสัตว์ที่ตื่นตกใจง่ายและมีความว่องไวปราดเปรียวมากในการระแวดระวังภัย นอกจากนี้แล้วตาของกระต่ายยังมีหนังตาหรือเปลือกตาถึง 3 ชั้นด้วยกัน<sup id="cite_ref-1"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2#cite_note-1">[1]</a></sup></p>
<p>กระต่ายเป็นสัตว์ที่กิน<a title="พืช" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A">พืช</a>เป็นอาหารเท่านั้น ต่างจากสัตว์ฟันแทะที่กินได้ทั้งเนื้อและพืช อาหารของกระต่ายได้แก่ <a title="หญ้า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2">หญ้า</a>และพืช<a title="ผัก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81">ผัก</a>ชนิดต่าง ๆ อายุขัยโดยเฉลี่ยของกระต่ายจะอยู่ที่ 2-3 ปี นับเป็นสัตว์ที่สืบพันธุ์เร็วมาก โดยปีหนึ่ง ๆ กระต่ายสามารถออกลูกได้ถึง 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2-3 ตัว กระต่ายในธรรมชาติ มักอาศัยอยู่ในที่ราบโล่งที่เป็น<a title="ทุ่งหญ้า (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2&amp;action=edit&amp;redlink=1">ทุ่งหญ้า</a>มากกว่า<a title="ป่าดิบ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A">ป่าทึบ</a> โดยขุดโพรงใต้ดินเป็นรังและที่อยู่อาศัย ลูกกระต่ายป่าในธรรมชาติ เมื่อแรกเกิดจะลืมตา และในวันรุ่งขึ้นก็สามารถวิ่งและกระโดดได้เลย เมื่อกระต่ายตัวเมียจะคลอดลูก จะแยกออกจากรังเดิมไปขุดรังใหม่ เพื่อป้องกันลูกอ่อนจากกระต่ายตัวผู้ ซึ่งอาจฆ่าลูกกระต่ายเกิดใหม่ได้ โดยจะกัดขนตัวเองเพื่อปูรองรับลูกใหม่ที่จะเกิดขึ้นมา</p>
<p>กระต่ายกระจายพันธุ์ไปในทุกภูมิภาคทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่ง<a title="อาร์กติก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81">เขตอาร์กติก</a> ยกเว้น<a title="โอเชียเนีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2">โอเชียเนีย</a>และ<a title="ทวีปออสเตรเลีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2">ทวีปออสเตรเลีย</a> แบ่งออกได้เป็น 11 <a title="Genus" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Genus">สกุล</a> (ดูในตาราง) <sup id="cite_ref-2"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2#cite_note-2">[2]</a></sup> ใน<a title="ประเทศไทย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2">ประเทศไทย</a>พบเพียงชนิดเดียว คือ <a title="กระต่ายป่า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2">กระต่ายป่า</a> (<i>Lepus peguensis</i>)</p>
<p>กระต่ายโดยธรรมชาติ เป็นสัตว์ที่อยู่สุดปลายของ<a title="ห่วงโซ่อาหาร" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3">ห่วงโซ่อาหาร</a> ด้วยเป็นอาหารของ<a title="สัตว์กินเนื้อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD">สัตว์กินเนื้อ</a>ชนิดต่าง ๆ เช่น <a title="หมาป่า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2">หมาป่า</a>, <a title="หมาจิ้งจอก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%81">หมาจิ้งจอก</a>, <a title="แมวป่า" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2">แมวป่า</a>,<a title="เสือ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD">เสือ</a>ชนิดต่าง ๆ, <a title="หมาใน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99">หมาใน</a>, <a title="ชะมด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%94">ชะมด</a>, <a title="เพียงพอน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%99">เพียงพอน</a> รวมถึง<a title="งู" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%87%E0%B8%B9">งู</a>ขนาดใหญ่ด้วย เช่น <a title="วงศ์งูเหลือม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%87%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A1">งูหลามและงูเหลือม</a> <sup id="cite_ref-3"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2#cite_note-3">[3]</a></sup> กระต่ายเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับ<a title="มนุษย์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C">มนุษย์</a>มาเป็นเวลานาน ด้วยการเป็นสัตว์ที่ถูกล่าเพื่อเป็นอาหารและ<a title="การล่าสัตว์ (หน้านี้ไม่มี)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C&amp;action=edit&amp;redlink=1">เกมกีฬา</a>โดยเฉพาะในแถบ<a title="ทวีปยุโรป" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%9B">ทวีปยุโรป</a> ในเชิง<a title="วัฒนธรรม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">วัฒนธรรม</a>และ<a title="ความเชื่อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD">ความเชื่อ</a> ชาวตะวันตกเชื่อว่า การพกขากระต่ายจะนำมาซึ่งโชคดี <a title="ชาวจีน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99">ชาวจีน</a>และ<a title="ชาวญี่ปุ่น" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99">ชาวญี่ปุ่น</a>เชื่อว่า กระต่ายเป็น<a title="กระต่ายจันทร์ (ความเชื่อ)" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C_(%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD)">เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์</a> มีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ เป็น<a title="สัตว์เลี้ยง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87">สัตว์เลี้ยง</a>ของ<a title="ฉางเอ๋อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%8B%E0%B8%AD">ฉางเอ๋อ</a> เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ การมอบรูปลักษณ์ของกระต่ายจึงถือเป็นการมอบความปรารถนาให้โชควาสนาให้แก่กัน<sup id="cite_ref-4"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2#cite_note-4"><br />
</a></sup></p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2</a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=44</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมว (cat)</title>
		<link>https://vutthiping.6te.net/?p=40</link>
		<comments>https://vutthiping.6te.net/?p=40#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Mar 2013 08:20:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>vutthiping</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://vutthiping.6te.net/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[แมว หรือ แมวบ้าน(ชื่อภาษาอังกฤษ:Cat, ภาษาจีน:猫, ภาษาญี่ปุ่น:猫 neko, ภาษาเกาหลี:고양이, ภาษาเปอร์เซีย:گربه )(ชื่อวิทยาศาสตร์:Felis catus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม อยู่ในตระกูล Felidae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับสิงโตและเสือดาว ต้นตระกูลแมวมาจากเสือไซบีเรียน (Felis tigris altaica) ซึ่งมีช่วงลำตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร แมวที่เลี้ยงตามบ้าน จะมีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลำตัวยาว ช่วงขาสั้นและจัดอยู่ในกลุ่มของประเภทสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร มีเขี้ยวและเล็บแหลมคมสามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ สืบสายเลือดมาจากแมวป่าที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งลักษณะบางอย่างของแมวยังคงพบเห็นได้ในแมวบ้านปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์แท้หรือแมวพันทาง แมวเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เมื่อประมาณ 9,500 ปีก่อน [5] ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของแมวคือการทำมัมมี่แมวที่ค้นพบในสมัยอียิปต์โบราณ หรือในพิพิธภัณฑ์อังกฤษในกรุงลอนดอน มีการแสดงสมบัติที่นำออกมาจากปิรามิดโบราณแห่งอียิปต์ ซึ่งรวมถึงมัมมี่แมวหลายตัว ซึ่งเมื่อนำเอาผ้าพันมัมมี่ออกก็พบว่า แมวในสมัยโบราณทุกตัวมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือเป็นแมวที่มีรูปร่างเล็ก ขนสั้นมีแต้มสีน้ำตาล มีความคล้ายคลึงกับพันธุ์ในปัจจุบัน ที่เรียกว่าแมวอะบิสสิเนียน CD:http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h1 id="firstHeading" lang="th"></h1>
<div id="bodyContent">
<div id="siteSub"><img class="aligncenter" alt="" src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/9/93/Cat_poster_2.jpg/250px-Cat_poster_2.jpg" /></div>
<div id="contentSub"></div>
<div id="jump-to-nav"></div>
<div dir="ltr" id="mw-content-text" lang="th">
<dl>
<dd></dd>
</dl>
<div></div>
<p><b>แมว</b> หรือ <b>แมวบ้าน</b>(ชื่อภาษา<a title="อังกฤษ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9">อังกฤษ</a>:Cat, ภาษา<a title="จีน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99">จีน</a>:猫, ภาษา<a title="ญี่ปุ่น" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99">ญี่ปุ่น</a>:猫 neko, ภาษา<a title="เกาหลี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5">เกาหลี</a>:고양이, ภาษา<a title="เปอร์เซีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เปอร์เซีย</a>:گربه )(<a title="ชื่อวิทยาศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C">ชื่อวิทยาศาสตร์</a>:<i>Felis catus</i>) เป็น<a title="สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A1">สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม</a> อยู่ในตระกูล <a title="Felidae" href="http://th.wikipedia.org/wiki/Felidae">Felidae</a> ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ<a title="สิงโต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%95">สิงโต</a>และ<a title="เสือดาว" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7">เสือดาว</a> ต้นตระกูลแมวมาจาก<a title="เสือโคร่งไซบีเรีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เสือไซบีเรียน</a> (<i>Felis tigris altaica</i>) ซึ่งมีช่วงลำตัวตั้งแต่จมูกถึงปลายหางยาวประมาณ 4 เมตร แมวที่เลี้ยงตามบ้าน จะมีรูปร่างขนาดเล็ก ขนาดลำตัวยาว ช่วงขาสั้นและจัดอยู่ในกลุ่มของประเภท<a title="สัตว์กินเนื้อ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD">สัตว์กินเนื้อ</a>เป็นอาหาร มีเขี้ยวและเล็บแหลมคมสามารถหดซ่อนเล็บได้เช่นเดียวกับเสือ สืบสายเลือดมาจากแมวป่าที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งลักษณะบางอย่างของแมวยังคงพบเห็นได้ในแมวบ้านปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแมวพันธุ์แท้หรือแมวพันทาง</p>
<p>แมวเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่เมื่อประมาณ 9,500 ปีก่อน <sup id="cite_ref-9500_years_5-0"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7#cite_note-9500_years-5">[5]</a></sup> ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของแมวคือการทำ<a title="มัมมี่" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%88">มัมมี่</a>แมวที่ค้นพบในสมัย<a title="อียิปต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B9%8C">อียิปต์</a>โบราณ หรือในพิพิธภัณฑ์อังกฤษในกรุงลอนดอน มีการแสดงสมบัติที่นำออกมาจาก<a title="ปิรามิด" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%94">ปิรามิด</a>โบราณแห่งอียิปต์ ซึ่งรวมถึงมัมมี่แมวหลายตัว ซึ่งเมื่อนำเอาผ้าพันมัมมี่ออกก็พบว่า แมวในสมัยโบราณทุกตัวมีลักษณะใกล้เคียงกัน คือเป็นแมวที่มีรูปร่างเล็ก ขนสั้นมีแต้มสีน้ำตาล มีความคล้ายคลึงกับพันธุ์ในปัจจุบัน ที่เรียกว่าแมว<a title="อะบิสสิเนียน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99">อะบิสสิเนียน</a></p>
<p>CD:<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7">http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%A7</a></p>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://vutthiping.6te.net/?feed=rss2&#038;p=40</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
